เกษตรกรรมต้องอ้างอิงธรรมชาติ

เกษตรกรรมต้องอ้างอิงธรรมชาติ

สืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดอำนาจเจริญ ..ระหว่างทางที่ผมเดินทาง(แบบค่ำไหนนอนนั่น) ผมก็ได้ไปเที่ยวชมสถานที่ทางธรรมชาติหลายๆที่ ป่าหลายๆแห่ง

ก็ได้พบว่าป่าที่เป็นป่าจริงๆ ป่าที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ ระบบนิเวศน์จะสมบูรณ์มาก มีกบมีเขียด มีปลา มีสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ มีต้นไม้สูงใหญ่เป็นระดับชั้น ไล่ลงมาเรื่อยๆ แม้แต่ใต้ดินก็ยังมีพืชหัวใต้ดินอยู่..ส่วนวัชพืชอย่างหญ้าก็มีน้อยมาก เพราะปริมาณของแสงแดดได้ถูกกรองตามระดับชั้นของพืชแล้ว พูดง่ายๆคือมีหญ้าคอยรักษาความชื้นและลดการชะล้างพังทะลายของหน้าดิน แต่หญ้าไม่สามารถขึ้นข่มพืชอื่นๆได้เลย ..ถ้าเราเอาหลักการนี้มาใช้กับสวน ก็จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องปวดหัวกับการตัดหญ้า ถอนหญ้าเลย แต่ก็คงต้องใช้เวลากันสักหน่อยกว่าต้นไม้จะโต เป็นระดับชั้นได้

และต้นไม้แต่ละต้นในป่า ไม่ใช่ต้นเล็กๆ ส่วนที่เป็นพืชสมุนไพรก็มีคุณค่าทางยาสูง ส่วนที่ให้ผลก็ผลดก นั่นก็เป็นเพราะดินอุดมสมบูรณ์ ..ข้อสังเกตคือ ไม่มีใครเคยขนปุ๋ยเข้าไปใส่ในป่าใช่มั้ยครับ พืชเหล่านี้มันโตได้ด้วยระบบของธรรมชาติที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างลงตัว

ป่า

เหตุใดดินในป่าถึงดี
1. ในป่ามีความหลากหลายของพืชพรรณ เมื่อมีต้นไม้หลายอย่าง ก็ทำให้มีใบไม้หลายชนิด ซื่งใบไม้แต่ละชนิดก็จะปลดปล่อยธาตุอาหารไม่เหมือนกัน เมื่อใบไม้แห้งร่วงหล่นลงมาก็ได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ใบไม้ชนิดหนึ่งอาจจะเป็นปุ๋ยได้อย่างดีให้กับพืชอีกชนิดหนึ่ง(เกื้อกูลกัน)

2. ในป่าเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ และยังคอยคุมไม่ให้เกิดโรคระบาดได้ด้วย

3. ในป่าเต็มไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ เช่น นก หนู กระรอก กวาง ควาย ช้าง ฯลฯ สัตว์เหล่านี้จะคอยคุมประชากรพืชและหญ้า เมื่อถึงเวลาขับถ่ายก็จะถ่ายลงดิน ซื่งก็กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้อีกทางนึง

4. ในป่าเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แมลงชนิดต่างๆ ไส้เดือน ที่คอยช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้โดยเร็ววัน

5. เมื่อพืชมีหลายระดับชั้น ทำให้เวลาที่ฝนตกหนัก หน้าดินจะไม่ถูกชะล้างไปเพราะมีใบไม้ของพืชแต่ละชั้นคอยรองรับ และการที่มีพืชหลายระดับชั้นทำให้สามารถรักษาความชุ่มชื้นได้ดี ไม่โดนแสงอาทิตย์แผดเผาได้ง่าย

6. เมื่อต้นไม้เยอะ รากไม้จะคอยดูดซับน้ำไว้ และทำให้เกิดชุ่มชื้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีใครลากสายยางไปรดน้ำในป่า

สรุป : ถ้าเราปลูกพืชเลียนแบบป่า และปรับระบบนิเวศน์ให้สมดุล เราก็ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องใส่ปุ๋ยให้พืชเลย และที่สำคัญ “ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีใดๆเลย”

ต้นไม้

สำหรับท่านที่นึกภาพไม่ออกแนะนำให้ไปเที่ยวตามป่าต้นน้ำ หรืออุทยานที่ยังคงสภาพป่าเดิมไว้ได้อยู่ดูครับ

 

เขียนโดย ต้อม เป็นไทฟาร์ม
วันที่ 9/12/2558

ความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

Or

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น